ร้อยไหมคืออะไร?
การร้อยไหม คือหัตถการทางการแพทย์เพื่อยกกระชับผิวหน้า โดยใช้ไหมชนิดพิเศษที่มีเงี่ยงเล็กๆ สอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง เมื่อดึงเส้นไหมจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินบริเวณรอบๆ เส้นไหม ทำให้ผิวเกิดการยกกระชับ และช่วยให้ผิวหน้าดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเป็นธรรมชาติ
ร้อยไหมทำงานอย่างไร?
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน: เมื่อเส้นไหมเข้าไปอยู่ใต้ผิวหนัง ร่างกายจะตอบสนองโดยการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาล้อมรอบเส้นไหม ทำให้เกิดโครงสร้างใหม่ที่แข็งแรง ช่วยพยุงผิวให้กระชับขึ้น
- ยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย: เงี่ยงของเส้นไหมจะทำหน้าที่คล้ายตะขอเกี่ยวเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยถูกดึงขึ้นไปในทิศทางที่ต้องการ ช่วยแก้ปัญหาแก้มหย่อนคล้อย, ร่องน้ำหมาก, และปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนมากขึ้น
- ช่วยเรื่องผิวหน้าใส: การกระตุ้นคอลลาเจนยังช่วยให้ผิวดูเปล่งปลั่งและเรียบเนียนขึ้น
ร้อยไหมเหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก หรือริ้วรอยเล็กๆ บนใบหน้า
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดูอ่อนเยาว์และกระจ่างใสขึ้น
ประเภทของเส้นไหมที่ใช้
ปัจจุบันมีเส้นไหมหลายชนิดที่ใช้ในการร้อยไหม ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติและผลลัพธ์ที่แตกต่างกันไป เช่น
- ไหม PDO (Polydioxanone): เป็นไหมที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติในระยะเวลาประมาณ 6-8 เดือน ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและยกกระชับผิวได้ดี
- ไหม PCL (Polycaprolactone): เป็นไหมที่สลายช้ากว่าไหม PDO (ประมาณ 1-2 ปี) ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า และมีความยืดหยุ่นสูง
- ไหม PLL (Poly-L-Lactic Acid): เป็นไหมที่สลายช้าที่สุด (ประมาณ 2 ปีขึ้นไป) มีคุณสมบัติในการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีและให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน

ข้อควรระวังและการดูแลตัวเองหลังร้อยไหม
- เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์: การร้อยไหมควรทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและใช้เส้นไหมที่มีคุณภาพ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและปลอดภัย
- งดแต่งหน้าและล้างหน้าแรงๆ: ในช่วง 12-24 ชั่วโมงแรก ควรงดการแต่งหน้าและระมัดระวังในการล้างหน้า
- หลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์หรือนวดหน้า: ควรงดทำหัตถการที่ใช้ความร้อนสูงบริเวณใบหน้าประมาณ 1 เดือน
- ระวังการแสดงสีหน้า: งดการอ้าปากกว้างๆ หรือขยับใบหน้าแรงๆ ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อป้องกันเส้นไหมเคลื่อนที่


